ร่วมกันลดมลพิษ เพื่อความสมบูรณ์ของทะเล และสิ่งแวดล้อมของเรา

"เราไม่เคยทิ้งขยะลงทะเลสักหน่อย"
"บ้านเราก็ไม่ได้อยู่ริมน้ำ"
"เราก็ไม่เคยทิ้งอะไรลงแหล้งน้ำเลย" 
"เราก็ไม่เคยทิ้งขยะเกลื่อนกลาด"
"งั้นเราก็ไม่ใช่คนที่ทำให้สภาพแวดล้อมในทะเลเสียน่ะสิ" เราแน่ใจแล้วหรือ??
หากเราใช้ชีวิตประจำวันแบบต้องจับจ่ายใช้สอย ของกิน ของใช้ในบ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้แต่เท่าที่จำเป็นก็ตาม เราก็ยังคงปฏิเสธได้ยากว่า ชีวิตเรากับพลาสติกยังคงมีความใกล้ชิดกันอยู่มากในโลกปัจจุบัน เพราะใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของพลาสติกที่ชัดเจน อย่างถุงพลาสติก ขวดพลาสติก กล่องอาหาร หรือภาชนะต่างๆ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แล้ว เสื้อผ้าที่ผลิตจากใยสังเคราะห์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด(ซึ่งมีส่วนประกอบของไมโครบีดส์ (Micro-bead) ซึ่งก็เป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดหนึ่ง) ไม่ว่าจะเป็น ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ หรือผงขัดผิวต่างๆ ให้หลายๆยี่ห้อ หนังเทียมที่คุณผู้หญิงจำนวนมากถือ สะพายกันสวยงาม
ล้วนแล้วแต่มีวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตที่เป็นเม็ดพลาสติกทั้งสิ้น
"แล้วยังไง ก็เราไม่ได้ทิ้งเกลื่อนกลาด ไม่ได้ทิ้งลงแม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเลสักหน่อย?"เจ้าผลิตภัณฑ์พลาสติกเหล่านี้ไม่ได้ไปไหน ยังคงอยู่กับเราและสิ่งแวดล้อมต่อไป เพราะมันจะเกิดการแตกตัวจนมีขนาดเล็กมากๆ ที่เราเรียกว่า ไมโครพลาสติก ที่มีทั้งที่กลายเป็นสารแขวนลอยปะปนในแหล่งน้ำ จากผืนดินสู่ลำคลอง จากลำคลองสู่แม่น้ำ จากแม่น้ำสู่ท้องทะเล และชนิดที่เล็กมากๆ
ยากที่จะมองด้วยตาเปล่าก็มี และยังสามารถปลิวไปในอากาศ ไปตกที่ใดก็ได้
องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้ทำการศึกษาปริมาณของไมโครพลาสติก (ชนิด Primary Microplastic ขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ) ซึ่งมีรายงานเมื่อปี 2560 ว่า เจ้าไมโครพลาสติกเหล่านี้ ที่มาจากผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ ถูกพบในแม่น้ำ และทะเลทั่วโลกในรูปแบบของขยะประมาณ 0.8 -2.5 ล้านตันต่อปี ซึ่ง 98% มาจากกิจกรรมทางบก และเพียง 2% เท่านั้นที่มาจากกิจกรรมทางทะเล และมากกว่าครึ่งที่ลงสู่ทะเล เป็นเส้นใยสังเคราะห์จากการซักล้าง และยางล้อที่สึกหรอจากการขับขี่ แลเส้นทางที่นำไมโครพลาสติกเหล่านี้ลงสู่ทะเล มาจากการชะล้างของถนน 66% ระบบบำบัดน้ำเสีย 25% การพัดพาของลม 7% และอื่นๆอีก 2%นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่า ไม่โครพลาสติกสามารถอยู่ในแพลงตอนและสิ่งมีชีวิตเล็กๆได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อาหาร เพราะเป็นสารพิษที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งนั่นก็หมายถึงการส่งต่อมายังมนูษย์เมื่อเข้าสู่ร่างกาย แต่ทั้งนี้ งานวิจัยก็ไม่ได้ยืนยันผลการวิจัยไปในทิศทางนี้เสียทั้งหมด ถึงอย่างไรก็ตาม หากเรามีข้อมูล สังเกต และดำเนินชีวิตแบบคิดเยอะขึ้นอีกนิด จะกิน จะใช้อะไร นึกถึงการเบียดเบียนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดนะคะ เพื่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของลูก หลานเราในอนาคตมาถึงตอนนี้ เราๆ ท่านๆ ยังคงคิดเหมือนตอนต้นหรือไม่? ชวนคิด ชวนแลกเปลี่ยนวันนี้วันทะเลโลก 8 มิถุนายน "มะมา...ร่วมกันลดมลพิษ เพื่อความสมบูรณ์ของทะเล และสิ่งแวดล้อมของเรา"ข้อมูลจาก Primary Microplastics in the Ocean, IUCN
ภาพจาก 
สำนักระบายน้ำ การจัดการขยะคลองลาดพร้าว
Nation Photos ภาพชุด ขยะเต็มคลอง "คลองเตย"
https://www.isranews.org/isranews-news/58380-fish.html
https://elitzagermanov.wordpress.com/

หมวดหมู่: วิกฤตทะเลไทย





ลดนักท่องเที่ยวเกาะล้านแก้ปัญหาขยะ น้ำไม่เพียงพอ

ลดนักท่องเที่ยวเกาะล้านแก้ปัญหาขยะ น้ำไม่เพียงพอ

หมวดหมู่: วิกฤตทะเลไทย





ประเทศอินเดียประกาศห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งภายในปี 2565

ประเทศอินเดียประกาศห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งภายในปี 2565เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของประเทศอินเดีย ได้ประกาศว่าจะห้ามการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งภายในปี 2565 โดยจะเริ่มจากเมืองเดลีเป็นแห่งแรกการประกาศของนายกรัฐมนตรีอินเดียในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการที่เข้มข้นที่สุดในบรรดาประเทศต่าง ๆ ในโลกที่สัญญาว่าจะลงมือแก้ปัญหามลภาวะจากพลาสติกอย่างจริงจังแม้ปริมาณการใช้พลาสติกต่อประชากรในประเทศอินเดียจะต่ำกว่าประเทศในชาติตะวันตกอยู่มาก แต่จำนวนประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคนของอินเดีย และสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก อาจทำให้ความพยายามในครั้งนี้เป็นไปได้อย่างไม่ง่ายนักเมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การสหประชาชาติ ได้รายงานว่า มากกว่า 50 ประเทศในโลกกำลังดำเนินการรณรงค์เพื่อลดการใช้พลาสติก เช่น การห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในหมู่เกาะกาลาปากอส, การห้ามใช้กล่องโฟมในประเทศศรีลังกา, หรือการส่งเสริมให้ใช้ถุงที่ย่อยสลายได้ในประเทศจีนท่ามกลางความพยายามแก้ปัญหาดังกล่าว ท้องทะเลและมหาสมุทรในโลกยังคงต้องเผชิญกับขยะพลาสติกหลายล้านตันในแต่ละปีที่เป็นพิษเป็นภัยต่อสัตว์น้ำและห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีการพบพลาสติกขนาดเล็ก หรือไมโครพลาสติกในน้ำประปา และอาหารของมนุษย์แล้วทั่วโลก และตามรายงานของ World Economic Forum ระบุไว้ว่า ภายในปี 2593 โลกจะมีขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลาในทะเลเสียอีก หากเราไม่ลงมือแก้ไขปัญหาตั้งแต่วันนี้รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า การใช้มาตรการทางภาษีและการห้ามใช้พลาสติก เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดขยะพลาสติกหากมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดรายงานดังกล่าวได้ระบุต่อไปอีกว่า การรณรงค์ลดขยะพลาสติกจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือในวงกว้างจากภาคธุรกิจ เช่น ผู้ผลิตพลาสติก ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและมีทางเลือกให้สังคมสามารถนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำได้

ขอบคุณข้อมูลจาก World Economic Forum#อินเดีย
#รักษ์โลกเลิกพลาสติก
#ถ้าใช้ซ้ำไม่ได้อย่าใช้ดีกว่า
#สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
#SDG14_LifeBelowWater 


หมวดหมู่: ขยะพลาสติก





ทะเลไทยกำลังวิกฤตจริงหรือ

"ทะเลไทยกำลังวิกฤตจริงหรือ?"...เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย และอาจไม่คาดคิดด้วยซ้ำ แต่เมื่อเราย้อนไปดูรายงานการจัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลกของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียเมื่อปีก่อน ประเทศไทยขยับแซงศรีลังกาจากที่ 6 ขึ้นมาอยู่ที่ 5 จาก 192 ประเทศทั่วโลก เป็นรองประเทศจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ก็น่าจะทำให้เราเริ่มเข้าใจถึงสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น และฉุกคิดถึงพฤติกรรมการทิ้งขยะของเราเอง การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า รวมทั้งปัญหาการกำจัดขยะอย่างยั่งยืนที่ยังรอการแก้ไข แม้ในเวลานี้อาจจะยังไม่ถึงขั้นวิกฤตอย่างที่กังวล แต่ก็มีสัญญาณเตือนบางอย่างว่า...ถ้าเราคนไทยไม่ช่วยกันลงมืออนุรักษ์ท้องทะเล ประเทศไทยอาจจะไม่หลงเหลือความสวยงามของทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลกไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมอีกต่อไป

หมวดหมู่: วิกฤตทะเลไทย





สหราชอาณาจักร? ขีดเส้นแบน ?แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้ง? ต้นเหตุขยะปีละ 2,500 ล้านชิ้น

แก้วกาแฟใช้แล้วทิ้ง ถือเป็นขยะพลาสติกที่ผู้บริโภคมักมองข้าม และกำลังกลายเป็น ?ฝันร้าย? ของประเทศสหราชอาณาจักรและโลก โดยระดับของปัญหารุนแรงถึงขั้นที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนดเป็นธีมรณรงค์ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2018 ?ต่อสู้กับปัญพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง?เว็บไซต์ข่าว Independent รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ประเทศสหราชอาณาจักรมีขยะจากแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งมากกว่าวันละ 7 ล้านใบ หรือคิดเป็นปีละ 2,500 ล้านใบแม้ว่าแก้วกาแฟจะทำจากกระดาษ แต่ก็มีการใช้สาร ?พอลิเอทิลีน? ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งในการเคลือบแก้วกระดาษไม่ให้ของเหลวรั่วไหลออกมาได้ ดังนั้นการใช้แก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งในแต่ละครั้งจะทิ้งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเกี่ยวพันกับการผลิตกระดาษและพลาสติกไปพร้อมกันมีรายงานถึงการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกต้นยูคาลิปตัสใช้ในการทำกระดาษ ขณะที่พลาสติกเองต้องใช้เวลาถึง 400 ปีในการย่อยสลายนอกจากนี้ การใช้วัสดุสองชนิดในการผลิตแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งยังทำให้ต้องใช้กระบวนการรีไซเคิลที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยแก้วกาแฟไม่สามารถรีไซเคิลได้ในโรงงานทั่วไป มีเพียงโรงงาน 3 แห่งใน ในประเทศสหราชอาณาจักรที่สามารถรีไซเคิลแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งได้ ทำให้แก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งเพียง 0.25% ที่ได้ผ่านกระบวนการรีไซเคิลในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Audit Committee) ของประเทศสหราชอาณาจักรหยิบยกเรื่องขยะที่เกิดจากแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งสู่สาธารณะ โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรดำเนินนโยบายรีไซเคิลแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งทุกใบให้ได้ภายในปี 2566 และหากรัฐบาลทำไม่สำเร็จ คณะกรรมการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมเสนอให้รัฐบาลแบนแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งทั่วประเทศ

หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





เมื่อสถิติประเทศไทยทิ้งขยะลงน้ำมากที่สุด เลิกทิ้งขยะแบบไม่คิด

คนกรุงต้องช่วย!! เมื่อสถิติประเทศไทยทิ้งขยะลงน้ำมากที่สุด เลิกทิ้งขยะแบบไม่คิด ข้อมูลจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ชี้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือ ประเทศไทยทิ้งขยะลงแม่น้ำมากที่สุด ส่งผลให้ขยะไหลลงสู่ทะเลเป็นอาหารสำหรับสัตว์น้ำ เรียกว่าบาปโดยไม่ตั้งใจ จากข้อมูลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชี้ว่า มนุษย์สร้างขยะวันละ 1 กิโลกรัม 1 ขีดต่อ 1 คน ต่อวัน การย่อยสลายขยะใช้เวลาค่อนข้างนาน และสะสมในสัตว์น้ำ ส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างมาก ซึ่งขยะในทะเลไทยร้อยละ 80 เกิดจากบนบกและไหลลงสู่ทะเล ร้อยละ 20 เกิดจากกิจกรรมในทะเล ล่าสุดกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกนโยบาย 24 หาดปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ขณะเดียวกันมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึก สร้างอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลร่วมหมื่นคน มาช่วยดูแลบริเวณชายฝั่งทะเล หนึ่งในวิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุด หากชาวกรุงช่วยกันแยกขยะก่อนทิ้ง นอกจากจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้หากขยะรีไซเคิลนำไปขายแล้ว ยังสามารถช่วยลดงบประมาณการกำจัดขยะของ กทม. 2,000 ล้านบาท/ปีเลยทีเดียว

หมวดหมู่: ทิ้งขยะลงน้ำ





?ขยะพลาสติก? ทั่วไทย2ล้านตันต่อปี ทส.ชี้วิกฤตโลก-ชวนลดปริมาณ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายประลอง ดำรงไทย โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นางณัฐริกา วายภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวันคุ้มครองโลก 2561 ภายใต้แนวคิดคนรุ่นใหม่ ลดขยะพลาสติก กู้วิกฤตโลกร้อนนายประลอง แถลงว่า สืบเนื่องในวันที่ 22 เมษายนของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก โดยในปี 2561 เครือข่ายวันคุ้มครองโลกได้ประกาศแนวคิดวันคุ้มครองโลกยุติมลพิษขยะพลาสกติก (End Plastic Pollution) เนื่องจากขยะพลาสติกกลายเป็นวิกฤตสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกันปัญหาโลกร้อน ซึ่งนานาชาติให้ความสำคัญและถูกหยิบยกขึ้นหารือควบคู่กัน โดยองค์กรระหว่างประเทศได้ประเมินด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้สร้างแบบจำลองอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกในช่วงปี 2444-2643 พบว่าอุณหภูมิพื้นผิวโลกจะสูงขึ้นระหว่าง 0.3-4.8 องศาเซลเซียส 

หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





วิกฤตขยะอาหาร (3) มาตรการ นโยบายในระดับโลก และความเป็นไปได้ในประเทศไทย

วิกฤตขยะอาหาร (3) มาตรการ นโยบายในระดับโลก และความเป็นไปได้ในประเทศไทย.
จากการที่ทั่วโลกมองว่า ปัญหาขยะอาหารว่ากำลังอยู่ในภาวะ ?วิกฤต? (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิกฤตขยะอาหาร ตอนที่ 1 และตอนที่ 2) ปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้โลกต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลในแต่ละปีเพื่อจัดการขยะจากอาหารพวกนี้ แต่ขยะอาหารส่งผลกระทบสำคัญอย่างยิ่งกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเชิงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากเทียบเป็นประเทศ ขยะอาหารนั้นถือเป็นประเทศอันดับที่ 3 รองจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐอเมริกาและจีน

หมวดหมู่: วิกฤตขยะอาหาร





ดูโมเดลไต้หวันจัดเก็บขยะ

ดูโมเดลไต้หวันจัดเก็บขยะ สู่นโยบายล้างบางขยะเมืองลบอาถรรพ์ 'ไต้หวันเมืองขยะ' สู่เมืองติดอันดับต้นแบบการจัดการขยะ ดูได้จากที่มาของบทความ


หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





โอ้ ... ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส ?กองขยะ? ล่องไป ลอยอยู่ในทะเล

โอ้ ... ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส ?กองขยะ? ล่องไป ลอยอยู่ในทะเล
ความยาวของชายฝั่งทะเลประเทศไทย มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 3,148 กิโลเมตร ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่โกยรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมหาศาลแล้ว ยังเป็นจุดกำเนิดขยะขนาดมหึมาอีกด้วย
สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมสถิติและสถานการณ์ขยะทะเลมานำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้

หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





อิ่มท้อง 1 มื้อ ส่งต่อ ?มรดกขยะ? 1,000 ปี



การย่อยสลายบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นจากพลาสติก-โฟม กินเวลายาวนาน 400-1,000 ปีหากเทียบเคียงกับอายุเฉลี่ยของมนุษย์ พบว่าต้องใช้ 6 ชั่วอายุคน จึงจะสามารถย่อยสลายพลาสติกได้หมด ขณะที่ต้องใช้ถึง 13 ชั่วอายุคน เพื่อย่อยสลายโฟมใน 1 มื้ออาหารในชีวิตประจำวัน ไม่น่าเชื่อว่าเราสร้างขยะมากมาย ทั้งแก้วพลาสติก หลอดกาแฟ ถุงหิ้ว กล่องโฟม ถุงน้ำปลา ช้อน-ส้อมพลาสติก ฯลฯสิ่งเหล่านี้คือ ?มรดกขยะ? จากรุ่นสู่รุ่นที่จะสืบต่อไปอย่างยาวนานสำน้กข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้รวบรวมสถานการณ์มานำเสนอผ่าน Infographic และขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันลดการผลิตขยะที่เกินความจำเป็น

หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





สวีเดนขยะเกลี้ยงต้องนำเข้า8แสนตันต่อปี

จะมีสักกี่ประเทศที่จัดการขยะได้ยอดเยี่ยม นำขยะเปลี่ยนเป็นพลังงานและนำกลับมาใช้ใหม่ได้สูงถึง 96% อีกทั้งยังต้องนำเข้าขยะจากประเทศใกล้เคียงเพราะขยะในประเทศไม่พอ หนึ่งในนั้นคือประเทศสวีเดน เมืองสีเขียวต้นแบบเมืองแรกภายในแนวคิด Symbiocity สิ่งสำคัญที่ทำให้ประเทศนี้สำเร็จคือการปลูกฝังจิตสำนึกคนให้คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเขาไม่ได้ทำแค่วันสองวันก็สำเร็จแต่เขาเพียรพยายามมาหลายทศวรรษ

หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





เสี่ยงวิกฤต ขยะมากกว่าปลาในทะเล

ขยะในมือเราอาจทำร้ายสัตว์ทะเลโดยไม่รู้ตัว ประเทศไทยทิ้งขยะลงทะเลมากถึง 50,000 ตัน หรือ 750,000,000 ชิ้น ภายในปีเดียว นี่คือวิกฤตที่เราต้องรีบปรับพฤติกรรม ก่อนที่ขยะจะมากกว่าปลาในมหาสมุทร

หมวดหมู่: วิกฤตปลาในทะเล





ปัญหาขยะจากตลาดสดและชุมชนหน้าโรงงาน อ.เมือง จ.ตรัง

ขยะ...ล้นตลาด
ปัญหาขยะจากตลาดสดและชุมชนหน้าโรงงาน อ.เมือง จ.ตรัง ล้นถังขยะปลิวว่อนกระจายเกลื่อนไม่มีหน่วยงานจัดเก็บ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง

หมวดหมู่: ขยะล้นเมือง





จ.ภูเก็ต จับมือรัฐ-เอกชน ลงนามร่วมมืองดใช้

จ.ภูเก็ต จับมือรัฐ-เอกชน ลงนามร่วมมืองดใช้ "โฟม" บรรจุอาหาร 100% ตั้งเป้าสำเร็จ ก.ค.61 สนับสนุนสินค้า-เพิ่มช่องทางเข้าถึงบรรจุภัณฑ์ทดแทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนินการลด ละ เลิก ใช้ภาชนะโฟม (Polystyrene) บรรจุอาหารในจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพภูเก็ต สมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน สมาคมท่องเที่ยวไทยจีนภูเก็ต สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่มีช่องทางการใช้ภาชนะที่เป็นโฟม เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2561

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว ภาครัฐและเอกชนจะดำเนินการเพื่อร่วมกันงดใช้โฟม 100% ในจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทดแทนโฟมเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด จะให้การสนับสนุนในด้านการตลาดเรื่องสินค้าราคาพิเศษ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้า และการประชาสัมพันธ์ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน ขณะที่จังหวัดภูเก็ต จะสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการขับเคลื่อนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีขอบเขตระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศไทย นอกจากจะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนในสังคมแล้ว ยังต้องรับผิดชอบต่อนักท่องเที่ยวทุกคน โดยคำนึงถึงภาชนะที่นำมาบรรจุอาหารให้ผู้บริโภคต้องได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูง ดังนั้นจึงมอบหมายให้หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนทำการลงนามร่วมมือกันงดใช้โฟม 100% ในจังหวัด พร้อมให้เวลาหน่วยงานต่างๆ ไปประชาสัมพันธ์และปรับเปลี่ยน โดยกำหนดความสำเร็จของโครงการภายในเดือน ก.ค.2561

นพ.จิรพันธ์ เต้พันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กล่องโฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไปเป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำจากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน ที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อม หงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด หากผู้ชายรับประทานเข้าไปมากๆ จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น และอาจส่งผลให้ทั้งชายและหญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งตับสูงขึ้นด้วยแม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม"สไตรีนถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟมมีโอกาสทำให้ลูกสมองเสื่อมกลายเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารกล่องโฟมอย่างน้อย 1 มื้อทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า นอกจากผลต่อสุขภาพแล้ว มีข้อมูลว่าโฟมเป็นวัสดุที่ต้องใช้เวลาย่อยสลายเป็นพันปี ถือเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการกำจัด ถ้าเผาก็จะไปเพิ่มปัญหาโลกร้อนมากขึ้น ส่วนถ้าฝังก็ใช้เวลาย่อยสลายนานมาก" นพ.จิรพันธ์ กล่าว

หมวดหมู่: งดใช้ 'โฟม' 100%