เมืองแห่งขยะอิเล็คทรอนิกส์ในประเทศจีนและประเทศไทย

1.เมืองกุ้ยหยู( Guiyu)มณฑลกวางตุ้งติดชายฝั่งทะเลภาคใต้ของประเทจีน เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองที่ประชาชนอาศัยอยู่โดยมีรายได้จากการแปรสภาพขยะอิเล็คทรอนิกส์ใหญ่ที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2013 โดยมีประชาชนอาศัยอยู่ราว150,000 คนและประมาณ6,000ครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจในครัวเรือนและทำงานในโกดังคัดแยกและรีไซเคิลขยะจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์
1.1)ในแต่ละวันมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำเข้ามามากถึง15,000 ตัน..ธุรกิจคัดแยกโลหะทองจากขยะพิษในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นี้ทำเงินให้กับเมืองกุ้ยหยูประมาณ 1 พันล้านหยวน หรือประมาณ 130.9ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีโดยแรงงานจีนที่ทำงานในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับค่าจ้างวันละ 3เหรียญสหรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนเองก็ไม่ได้ใส่ใจออกกฎหมายคุ้มครองคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานมากนัก และมีแรงงานเพียงบางส่วนที่มีถุงมือบางๆเพื่อป้องกันผิวหนังจากการปนเปื้อนสารพิษ 
1.2)ข่าวจากรอยเตอร์ยังระบุว่าผู้คุมงานแยกขยะจะคอยสอดส่องดูแลไม่ให้คนงานให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้วยโดยจะยกประเด็นเรื่องไล่ออกจากงานหรือการเฆี่ยนตีขึ้นมาข่มขู่ เป็นต้น 
1.3)นอกจากนี้สื่อของทางการจีนได้ประมาณตัวเลขผู้เจ็บป่วยจากสารพิษพบว่าแรงงานจะเป็นโรคผิวหนัง โรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ มากกว่า 9ใน10ราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เมื่อถูกแยกชิ้นส่วนที่ยังมีมูลค่าออกแล้วมาตรการต่อไปคือกำจัดชิ้นส่วนที่เหลือมักใช้วิธีฝังกลบทั่วไป หรือการเผาที่ขาดมาตรฐานการควบคุม
1.4) ปัจจุบันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561เป็นต้นไป รัฐบาลจีนได้ออกกฎหมายและสั่งคุมเข้มห้ามทำธุรกิจรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนและโกดังของเก่าที่มีอยู่จำนวนมากและบังคับให้นำไปรีไซเคิลที่โรงงานที่ได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้นทำให้คนในเมืองกุ้ยหยูยากจนลงแต่สุขภาพกลับดีขึ้นมาก
2.ที่ประเทศไทยชาวบ้าน ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กว่าร้อยละ 90 จำนวน12 หมู่บ้าน1,896 ครัวเรือน..ยึดอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้ครอบครัว มานานกว่า 20ปี..สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวมากกว่าเดือนละ 15,000-20,000 บาท
2.1)ในแต่ละวันจะมีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 200 ตันหรือมากกว่า 2 แสนตันในแต่ละปี นำเข้ามา 4 วิธี คือ1.ชาวบ้านจะออกไปรับซื้อของเก่าเองนำมาคัดแยกขยะ2.กลุ่มคนภายนอกผ่านการรับซื้อแล้วจะนำมาขายต่อให้ชาวบ้านคัดแยก3.กลุ่มนายทุนรับซื้อของเก่า และ4.กลุ่มที่ส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทางไปรษณีย์ ส่วนใหญ่คือ อุปกรณ์มือถือ อุปกรณ์มือถือ
2.2)ผลตรวจกลุ่มตัวอย่าง129รายของเด็กเล็กทั้งตำบลพบว่าเลือดมีสารตะกั่วถึง21ราย..ทุกวันนี้ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือและยังพบมีอาการทางเดินหายใจในผู้ใหญ่จำนวนมาก
2.3)ประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายใดๆมาควบคุมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในชุมชนแต่ประเทศจีนจัดการแล้ว..ทุกวันนี้ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศจีนจึงหลั่งไหลเข้ามาประเทศไทยจำนวนมากทั้งโดยถูกและไม่ถูกกฎหมาย

หมวดหมู่: ขยะอิเล็คทรอนิกส์