เขตบางขุนเทียน สั่งขนย้ายขยะปนเปื้อนตะกรันอลูมิเนียมแล้ว

กระทั่งฝนตกลงมา ทำปฏิกิริยากับสารพิษ จนทำให้เกิดมลพิษคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โดยบริษัทกำจัดขยะสารพิษได้ขนดินจำนวน 20 ตัน ไปเข้าสู่กระบวนการกำจัด โดยจะต้องทำการลดค่าความเป็นพิษในดินลง ก่อนจะนำไปผสมกับปูนซีเมนท์และปูนขาว ทำให้เป็นบล็อก และฝังกลบอย่างถูกต้องบริษัทกำจัดสารพิษให้ข้อมูลว่า ค่าใช้จ่ายในกระบวนการคิดเป็นตันละ 4,500 บาท บวกค่าเดินทาง ประมาณ 1 หมื่นบาท รวมแล้วมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลักแสนบาท แต่จะต้องเป็นบริษัทที่มีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ดำเนินการกำจัดขยะพิษโดยเฉพาะเท่านั้น เมื่อวานนี้ทีมข่าวได้พูดคุยกับผู้รับเหมา เขาอ้างว่า มีคนนำดินมาทิ้งในพื้นที่ของเขา ก่อนที่เขาจะขนดินนี้มาถมที่ตามคำว่าจ้าง โดยที่ไม่รู้เห็นว่าเป็นขยะพิษสำนักงานเขตบางขุนเทียนได้ประสานให้บริษัทขจัดขยะพิษนำรถแบ็คโฮมาตักดินที่ปนเปื้อนสารพิษไปกำจัดแล้ว หลังทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อน บริษัทกำจัดขยะสารพิษนำรถแบ็คโฮมาขุด และตักหน้าดินในพื้นที่ที่ตรวจพบว่ามีการลักลอบนำตะกรันอลูมิเนียมมาฝังกลบในที่ดินของชาวบ้านย่านบางขุนเทียน ด้านเจ้าของที่ดิน บอกว่า ไม่รู้มาก่อนว่าผู้รับเหมานำดินมาจากที่ไหน มีเพียงการพูดคุยว่าจ้างให้มาถมที่ให้เท่านั้น ซึ่งเจ้าของที่ก็ขอโทษกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านโดยรอบ ซึ่งเขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะส่งผลกระทบเช่นนี้ ขณะที่นางพรพันธ์ วัฒนสินธุ์ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคุณภาพอากาศหลังขนสารพิษออกจากพื้นที่ ยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมใกล้เคียง และยังไม่มีผลกระทบทางสุขภาพระดับรุนแรงต่อชาวบ้าน แต่หลังจากนี้จะต้องเฝ้าติดตามต่อเนื่อง ว่ายังมีสารพิษตกค้างอยู่หรือไม่

หมวดหมู่: ขยะอันตราย

 


ไทยแลนด์? แดนสนธยาซ่องสุม ?ขยะอันตราย

ตำรวจเปิดปฏิบัติการทลายโกดังนำเข้าขยะอันตราย วันเดียว 3 แห่ง พบพฤติกรรมสอดไส้! ขอนำเข้าพลาสติก แต่ลักลอบขนซากอิเล็กทรอนิกส์แทนนอกเหนือจากการบุกค้นและทลายตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะพลาสติกที่ลักลอบนำเข้ามาจาก 35 ประเทศ น้ำหนักรวม 58 ตัน ภายในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อช่วงสายของวันที่ 1 มิ.ย.2561 แล้ววันเดียวกัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้เข้าตรวจค้นโรงงานอีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งจดทะเบียนเป็นโรงงานหล่อหลอมพลาสติก ประเภท 53ทั้งนี้ ภายในโรงงานพบซากขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากบรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบ็ก ซึ่งชัดเจนว่ามีความผิดฐานประกอบกิจการผิดประเภท ครอบครองวัตถุอันตราย และนำเข้าวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาติ โดยในการตรวจค้นไม่พบชาวไทย มีเพียงชาวจีนที่ทำงานอยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไปนอกจากนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นโรงเก็บสินค้าของบริษัทแอ๊บโซลูทเพาเวอร์เวิลด์ จำกัด ตั้งอยู่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สถานที่คัดแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเจ้าของตู้คอนเทรนเนอร์บรรจุขยะอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งถูกศุลกากรแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ตรวจยึดเอาไว้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาสำหรับผลการตรวจค้น พบว่าโรงงานแห่งนี้ผลิตเส้นใยพลาสติกทีอีที หรือเพ็ด (PET) เพียงอย่างเดียว มีกำลังการผลิตประมาณปีละ 2.4 หมื่นตัน ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติภายในโรงงาน แต่จากเอกสารชี้ชัดว่ายังมีโรงงานอีกแห่งที่ใช้ชื่อเดียวกันตั้งอยู่ใน จ.ชลบุรี โดยมีชื่อผู้บริหารคนเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าทั้ง 2 บริษัทนี้มีความเกี่ยวข้องกัน?โรงงานแห่งนี้อาจจะใช้ช่องทางโควต้าการผลิตพลาสติกที่มีอยู่ 2.4 หมื่นตัน ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแทน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกผู้บริหารคนดังกล่าวเข้ามาชี้แจง และทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดี? พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวด้าน นายธนวัฒน์ คลังทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทแอ๊บโซลูทเพาเวอร์เวิลด์ กล่าวปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ก่อนหน้าก็ไม่ได้มีในโรงงาน ยืนยันว่าบริษัทอีกแห่งที่ตั้งอยู่ใน จ.ชลบุรี นั้น เป็นคนละเจ้าของกันอย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเตาเผาพลาสติกที่ไม่ได้มาตรฐาน บริเวณชั้น 2 ของโรงเก็บสินค้า ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรงงาน เบื้องต้นจึงสั่งให้แก้ไขหรือรื้อถอนเตาดังกล่าวภายใน 30 วัน หากฝ่าฝืนจะสั่งปิดโรงงานทันที

หมวดหมู่: ขยะอันตราย