สิ้นสุดโครงการ พายเรือเพื่อเจ้าพระยาฯ ปี 2 พบ ถุงพลาสติก ครองอันดับ 1 จากขยะกว่า 3 ตันที่เก็บได้จากแม่น้ำ


พายเรือเพื่อเจ้าพระยาฯ ปี 2 !พบ ถุงพลาสติก ครองอันดับ 1 จากขยะกว่า 3 ตันที่เก็บได้จากแม่น้ำ
นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กล่าวว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมคัดแยกขยะที่เก็บได้จากแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดโครงการ ?พายเรือเพื่อเจ้าพระยาเก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2? 10 วัน 10 จังหวัด ซึ่งเป็นความร่วมมือกัน ระหว่าง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมด้วยจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งในระยะทาง 353 กิโลเมตร จากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ เก็บขยะได้ทั้งสิ้น 3,215 กิโลกรัม โดยเป็นปริมาณขยะที่คัดแยกได้ในแต่ละวัน จำนวน 2,053.7 กิโลกรัม รวมกับปริมาณขยะที่เก็บเพิ่มได้จากจุดคัดแยกถึงที่พักของทีมฝีพาย อีก 1,161.3 กิโลกรัม
จังหวัดที่พบขยะมากที่สุด คือ จ.ปทุมธานี จำนวน 561.9 กิโลกรัม ขณะที่ จ.อุทัยธานี พบขยะน้อยที่สุด จำนวน 61.5 กิโลกรัม
ทั้งนี้ ในจำนวนขยะ 2,053.7 กิโลกรัม จำแนกได้เป็น ขยะทั่วไป จำนวน 1,439.9 กิโลกรัม พบมากที่สุด คือ ถุงพลาสติก 338.2 กิโลกรัม รองลงมา คือ ที่นอนฟองน้ำ 223.5 กิโลกรัม และโฟม 155.1 กิโลกรัม ตามลำดับ
ขณะที่ขยะอินทรีย์ จำนวน 195.2 กิโลกรัม จะพบซากพืช ในทุกจังหวัด รองลงมา คือ ซากสัตว์ พบใน 8 จังหวัด และ เศษอาหาร พบใน 6 จังหวัด ขยะอันตราย จำนวน 76 กิโลกรัม พบมากที่สุด คือ ยาฆ่าแมลง 35 กระป๋อง รองลงมา คือ ไฟแช็ค 29 อัน และ หลอดไฟ 20 หลอดและ ขยะรีไซเคิล จำนวน 342.6 กิโลกรัม พบมากที่สุด คือ ขวดเป๊บซี่แบบพลาสติกและกระป๋อง จำนวน 199 ขวด 4 กระป๋อง รองลงมา คือ ขวดคาราบาวแดง 180 ขวด ขวด M150 จำนวน 172 ขวด ขวดสปอนเซอร์ 126 ขวด และขวดโออิชิ 123 ขวด
ทั้งนี้ ขวดพลาสติกที่เก็บได้ทั้งหมดได้นำถวายให้กับวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปจัดทำจีวรรีไซเคิล ต่อไป
?โครงการพายเรือเพื่อเจ้าพระยาเก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2? เป็นความร่วมมือกัน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ อีก 22 หน่วยงานภาครัฐ เอกชน วัด โรงเรียน ชุมชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานในพื้นที่ 10 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และกลุ่มนักพายเรือคายัค จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 10 ต.ค.2562เริ่มต้นที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ไปยัง จ.ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สิ้นสุดที่วัดจากแดง บางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ เพื่อรณรงค์ลดปริมาณขยะในแม่น้ำและสร้างความตระหนักให้คนไทยเลิกทิ้งขยะลงแม่น้ำอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาขยะทะเลที่ต้นเหตุ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนเตรียมการสำหรับพระราชพิธีเสด็จพยุหยาตราทางชลมารคโดยแต่ละวันจะมีเรือคายัคหลัก คายัคเสริม ตลอดเส้นทางประมาณ 20 ลำ และอาสาสมัครพายเรือของชุมชนแต่ละจังหวัดๆ ละ 30 ลำ ซึ่งขยะที่เก็บได้ในแต่ละพื้นที่ จะนำขึ้นบกให้ประชาชนร่วมเรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป 

หมวดหมู่: ขยะอิเล็คทรอนิกส์

 


สารพิษในขยะอิเล็กทรอนิกส์ เข้าสู่ร่างกายได้โดยผ่านการหายใจ ? กิน ? สัมผัสทางผิวหนัง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้คนไทยลดสร้างปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมนายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สารพิษในขยะอิเล็กทรอนิกส์สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยผ่านการหายใจ การกิน และสัมผัสทางผิวหนัง เช่น ผู้ที่ทำงานคัดแยกจะเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษโดยตรง ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบหรือคนในครอบครัว อาจได้รับสารพิษจากการปนเปื้อนในดิน ฝุ่น อากาศ น้ำ และอาหาร สำหรับกลุ่มวัยเด็ก ทารก หญิงมีครรภ์ มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษหากอยู่ในบริเวณที่มีการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ผู้ที่ทำงานในโรงงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับสารพิษปนเปื้อนมากับเสื้อผ้าและผิวหนัง ทำให้ลูกหรือเด็กในบ้านได้รับอันตรายด้วยเช่นเดียวกัน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นอีกหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการมาตรการในการควบคุมและกำกับดูแลมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนที่เกิดขึ้นให้อยู่ในภาวะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อเป็นการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของท้องถิ่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการกระจายอำนาจให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อบัญญัติ กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการเพื่อควบคุมการจัดการเกี่ยวกับมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนให้ถูกสุขลักษณะ หากมีการฝ่าฝืนข้อบัญญัติของท้องถิ่นก็มีมาตรการลงโทษ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 เช่น กรณีประชาชนทั่วไปนำมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนไปทิ้งในที่หรือทางสาธารณะ นอกจากในส่วนราชการท้องถิ่นจัดหาไว้ มีระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้นนายแพทย์วชิระ กล่าวต่อไปว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่มีสารอันตรายที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้แก่ 1) ตะกั่วทำลายระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ ไต ระบบเลือด และการพัฒนาสมองของเด็ก ส่วนพิษเรื้อรังจะค่อยๆ แสดงอาการภายหลังการได้รับสารตะกั่วทีละน้อยจนถึงระยะเวลาหนึ่ง จึงจะแสดงอาการ2) ปรอท เป็นอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ สมอง และไขสันหลัง ทำให้เสียการควบคุมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของแขน ขา การพูด ทำให้ระบบประสาทรับความรู้สึกเสียไป เช่น การได้ยิน การมองเห็น ไม่สามารถรักษาให้ดีดังเดิมได้3) คลอรีนอยู่ในพลาสติกพีวีซี ก่อสารมะเร็ง เมื่อพลาสติกถูกเผาจะส่งผลต่อระบบหายใจ ระคายจมูก และทำให้เคลือบฟันผุ4) แคดเมียม มีพิษเฉียบพลัน ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง ไตวาย ไตถูกทำลาย5) โบรมีน เป็นสารก่อมะเร็ง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมี และรูปทรงของเส้นใยกล้ามเนื้อหัวใจทั้งนี้ วิธีการป้องกันขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำได้โดยให้ลดการนำเศษเหลือทิ้งของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว (End of Life) นํากลับมาใช้ใหม่ (Re-use & Recycle) เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากปริมาณขยะ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่ประเทศไทยได้ทำคือ การจัดทำกรอบระเบียบเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งเป็นกรอบที่รองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากระเบียบของสหภาพยุโรป กรอบดังกล่าวประกอบด้วย แนวทางการควบคุมที่ต้นทางโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมภาษีจากผู้นำเข้าสินค้า และผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ แล้วนำเงินไปบริหารจัดการ โดยจะออกกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียม การตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อม การจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างทาง โดยจะไม่มีกฎหมายบังคับ แต่ใช้มาตรการด้านกลไกตลาด และแนวทางสุดท้ายเป็นการควบคุมที่ปลายทางจะสนับสนุนให้เกิดโรงแยกขยะแบบครบวงจร

หมวดหมู่: ขยะอิเล็คทรอนิกส์

 


เมืองแห่งขยะอิเล็คทรอนิกส์ในประเทศจีนและประเทศไทย

1.เมืองกุ้ยหยู( Guiyu)มณฑลกวางตุ้งติดชายฝั่งทะเลภาคใต้ของประเทจีน เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองที่ประชาชนอาศัยอยู่โดยมีรายได้จากการแปรสภาพขยะอิเล็คทรอนิกส์ใหญ่ที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2013 โดยมีประชาชนอาศัยอยู่ราว150,000 คนและประมาณ6,000ครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจในครัวเรือนและทำงานในโกดังคัดแยกและรีไซเคิลขยะจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็คทรอนิกส์
1.1)ในแต่ละวันมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำเข้ามามากถึง15,000 ตัน..ธุรกิจคัดแยกโลหะทองจากขยะพิษในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นี้ทำเงินให้กับเมืองกุ้ยหยูประมาณ 1 พันล้านหยวน หรือประมาณ 130.9ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีโดยแรงงานจีนที่ทำงานในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับค่าจ้างวันละ 3เหรียญสหรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนเองก็ไม่ได้ใส่ใจออกกฎหมายคุ้มครองคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานมากนัก และมีแรงงานเพียงบางส่วนที่มีถุงมือบางๆเพื่อป้องกันผิวหนังจากการปนเปื้อนสารพิษ 
1.2)ข่าวจากรอยเตอร์ยังระบุว่าผู้คุมงานแยกขยะจะคอยสอดส่องดูแลไม่ให้คนงานให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้วยโดยจะยกประเด็นเรื่องไล่ออกจากงานหรือการเฆี่ยนตีขึ้นมาข่มขู่ เป็นต้น 
1.3)นอกจากนี้สื่อของทางการจีนได้ประมาณตัวเลขผู้เจ็บป่วยจากสารพิษพบว่าแรงงานจะเป็นโรคผิวหนัง โรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ มากกว่า 9ใน10ราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เมื่อถูกแยกชิ้นส่วนที่ยังมีมูลค่าออกแล้วมาตรการต่อไปคือกำจัดชิ้นส่วนที่เหลือมักใช้วิธีฝังกลบทั่วไป หรือการเผาที่ขาดมาตรฐานการควบคุม
1.4) ปัจจุบันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561เป็นต้นไป รัฐบาลจีนได้ออกกฎหมายและสั่งคุมเข้มห้ามทำธุรกิจรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนและโกดังของเก่าที่มีอยู่จำนวนมากและบังคับให้นำไปรีไซเคิลที่โรงงานที่ได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้นทำให้คนในเมืองกุ้ยหยูยากจนลงแต่สุขภาพกลับดีขึ้นมาก
2.ที่ประเทศไทยชาวบ้าน ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กว่าร้อยละ 90 จำนวน12 หมู่บ้าน1,896 ครัวเรือน..ยึดอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้ครอบครัว มานานกว่า 20ปี..สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวมากกว่าเดือนละ 15,000-20,000 บาท
2.1)ในแต่ละวันจะมีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 200 ตันหรือมากกว่า 2 แสนตันในแต่ละปี นำเข้ามา 4 วิธี คือ1.ชาวบ้านจะออกไปรับซื้อของเก่าเองนำมาคัดแยกขยะ2.กลุ่มคนภายนอกผ่านการรับซื้อแล้วจะนำมาขายต่อให้ชาวบ้านคัดแยก3.กลุ่มนายทุนรับซื้อของเก่า และ4.กลุ่มที่ส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทางไปรษณีย์ ส่วนใหญ่คือ อุปกรณ์มือถือ อุปกรณ์มือถือ
2.2)ผลตรวจกลุ่มตัวอย่าง129รายของเด็กเล็กทั้งตำบลพบว่าเลือดมีสารตะกั่วถึง21ราย..ทุกวันนี้ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือและยังพบมีอาการทางเดินหายใจในผู้ใหญ่จำนวนมาก
2.3)ประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายใดๆมาควบคุมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในชุมชนแต่ประเทศจีนจัดการแล้ว..ทุกวันนี้ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศจีนจึงหลั่งไหลเข้ามาประเทศไทยจำนวนมากทั้งโดยถูกและไม่ถูกกฎหมาย

หมวดหมู่: ขยะอิเล็คทรอนิกส์